ตอนนี้ำพยายามมองข้อดีของการกลับไปทำงาน ใช้ชีวิตแบบไทยๆ อยู่ แม้ในใจจะต่อต้านแค่ไหนก็ตาม เราก็ไม่อาจจะปฏิเสธรากเหง้าของเราได้ เพียงแต่มันไม่ชินเท่านั้นเอง
2554/05/29
กลัวความถาวร
เกือบ เจ็ดปีที่เราไม่ได้อยุ่ที่เมืองไทย อะไร อะไร ก็เปลี่ยนไปเยอะ เราเองก็เปลี่ยนไปเช่นกัน เมื่อถึงเวลาใกล้จะกลับ ก็กลัวขึ้นมาบอกไม่ถูก มันเป็นความรุ้สึกว่าตัวเราแปลกแยก ก้ไม่รู้ืทำไมเหมือนกันนะ แต่ก็รู้สึกแบ่งๆ ไม่รุ้ว่ากลัวเขาแบ่งเรา หรือตัวเราไปแบ่งเขา นึกขึ้นมาว่าเราจะกลับไปอยู่ในสังคมที่ ทุกคน ทำจมูก หน้าที่เห็นคือ หน้าพลาสติก ศัลยกรรมมาใส่กัน ถือกระเป๋าลองชอมป์ปลอมๆด้วยความภาคภูมิใจ มีโทรศัำพท์บีบีเป็นเครื่องมือสื่อสารประจำชาติ มีวัฒนธรรมนอบน้อมไม่เลือกหน้า คนแก่กว่าสามารถทำอะไรก็ได้ การแสดงความคิดเห็นตรงๆกลายเป็นความก้าวร้าว ค่านิยมประหลาดๆ และแบบแผนที่สร้างกรอบให้คนกลัว เกรง มันอึดอัดนะ
2554/05/26
ฤดูใบไม่ผลิ in Durham
ผ่านแวปตาเดียว จากวันแรกจนถึงวันนี้ แปด เดือนแล้ว เร็วจริง เรามาอยู่ที่นี้นานขนาดนี้เลยเหรอเนี้ย กับการเรียนที่เรียกได้ว่าไม่ได้ลืมหูลืมตา ผ่านพ้นมาได้อย่างแสนสาหัส แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะรอดไปได้ซักแค่ไหน ตอนนี้เรียกได้ว่าเลยครึ่งทางมาแล้ว ส่งงานและสอบ เหลือแค่ตัวจบ ซึ่งเราก้ไปทำ Field มาแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แค่ต้องลงมือตั้งนาตั้งตาเขียน แปปเดียวจริงๆนะ คิดแล้วก็ใจหาย แิอบอยากเรียนอีกซักหนึ่งปี อิิอิ ก้รอลุ้นผลสอบกันต่อไป ไม่รู้จะยังไง แอบคิดอยากเรียน ป.โทอีกใบซะแล้ว บอกไม่ถูกเหมือนกัน เหอเหอ
อีกไม่กี่เดือนก็ต้องเปลี่ยนสถานะภาพตัวเองจากนักเรียน ไปทำงานแล้ว คิดๆแล้วก็เสียวๆ เราไม่คุ้นเคยกับสภาพสังคมบอกไม่ถูก มันเปลี่ยนไปเยอะนะที่ไทย เรามีชีวิตอยู่ท่ามกลางใบหน้าของผู้คนที่ผ่านการทำศัลยกรรม ไม่รู้ว่าหน้าจริง หน้าปลอม สังคมที่ถือกระเป๋าลองชอมผ์ของปลอมด้วยความภาคภูมิใจ สังคมที่ค่อยๆพูด พูดความจริงมากไม่ได้ น้อมนอม และห้ามพูดเสียงดัง เมื่อก่อนเราก็เคยอยู่ได้นะ แต่พอไม่อยู่เกือบ สิบบปีแบบนี้ก็มีภาวะ ลังเลใจ มันก็คงไม่แย่ แต่เรารู้สึกต่างนิดนิดบอกไม่ถูก แต่ก็เอาเหอะ เราอาจจะคิดมากไปเอง มันอาาจจะไม่แย่ขนาดนั้น เราอาจจะปรับตัวได้อย่างง่ายดาย หรือ ไม่ก็โดนไล่ออก ฮ่าๆๆ
แต่ตอนนี้ต้องทำรายงานก่อน
ปล อยากเรียน ปโท อีกใบจริงๆนะ
2554/01/13
ปีใหม่ในเมืองหนาว
แวบตาเดียวผ่านไปสองเดือนกว่าเกือบที่ดั้นด้นมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ผ่านไปแค่สองเดือน ปิดเทอมซะงั้น ยังไม่หายมึนเลย ยังจำวันที่เผางานส่งได้ 24ชั่วโมงกับการนั่งตาค้าง ยอมรับว่าห่วยมาก ก็ทำใจไว้สำหรับคอมเม้นท์ เทอมแรกกับการเรียนที่เดอแร่มต้องใช้คำว่า "เอาตัวรอด" การไปนั่งเรียน รายงาน เขียนงาน เรียกได้ว่าใช้ความพยายามอย่างสูงที่จะผ่านมันไปให้ได้แต่ละวัน สิ่งรอบตัว เพื่อนร่วมชั้น อาจารย์ที่สอน ทำให้เรารู้สึกว่าต้องถีบตัวเองขึ้นไปให้ได้ และเรายังด้อยนัก เผลอแปปเดียว ผ่านไปอีกเดือนกับการปิดเทอม นอนซะสันหลังยาวขึ้นมาก แต่เี่ยวก็เปิดเทอมแล้ว เหมือนว่าการผจญภัยกำลังเริ่มขึ้นอีกครั้ง ศึกครั้งนี้คงใหญ่หลวงนัก แค่นึกขึ้นมาก็เสียวเหลือเกินแล้ว เหอเหอ
จังหวะชีวิตที่นี่ ให้อารมณ์ เพลงลาวแสงเดือน เนิ่บ นาบ เชื่องช้า ผิดกับ จังหวะเลดี้กาก้าที่เราใช้มาในเซี่ยงไฮ้ ตลอกหกปี เป็นการปรับตัวให้ช้าลง ซึ่งรู้สึกดีมาก มากจนเริ่มรู้สึกว่าชีวิตมันเฉื่อยๆๆพิกล การเดินทางที่ใช้สองเท้าเป็นหลักนอกจากจะประหยัดแล้ว ยังลดความอ้วนได้ด้วย นี้ก็เป้นข้อดีของเมืองเล็กๆแบบนี้
เมืองนี้อยู่ไปนานนานก็น่าเหงาเหมือนกันนะ แม้ว่าจะมีทุกอย่างที่จำเป็น แต่ทุกอย่างปิดหลังห้าโมงเย็น ตามแบบอังกฤษ ผับ บาร์ ก็ขอคอมเม้นท์อย่างผูื้มีประสบการณ์ว่าเอเชียเหนือกว่าเห็นๆ แต่ต้องยอมรับว่า สิ่งที่ถูกที่สุดในประเทศนี้ที่รู้สึกกินแล้วคุ้ม คือ แอลกอฮอล์คะ ถูก คุ้ม เข้าทางมาก ก็เป็นเืพื่อนแก้เหงากันไป
ฤดูกาลที่แสนจะแปรผันได้อย่างพิศวง คือ หิมะที่ตกลงมาอย่างหนักก่อนฤดูหนาวถึงสองเดือน ชอคไปตามตามกัน คริสมาสที่แสนจะเย็นยะเยือก แต่ก็เป็นคริสมาสที่ต้องบันทึกว่า มีโอกาสได้เข้าไปในแคทิดอลของที่นี่ ร่วมพิธีการทางศาสนาอันศักดิ์สิทธ์ น่าปลื้มใจแทนอวัยวะภายในมาก รวมถึงผ่านปีใหม่รักษาสุขภาพ จิบไวน์เบาเบา เคล้าวงสนทนา ก็เป็นการผ่านปีใหม่ที่น่ารักอีกปี
ชีิวตก็ หนาว หนาว เหงา เหงา เรียบ เรียบ ง่าย ดิ้นรนน้อยลง ค้นหาตัวเองบ่อยขึ้น จังหวะที่เปลี่ยนทำให้เราได้หยุดมองอะไรหลายอย่าง อีีกหลายก้าวที่ต่อดำเนินต่อไป ทางข้างหน้า สูงชันหนัก ความมุ่งมั่นแน่วแน่จะผลักดันให้เราฝ่าไปได้ ด้วยแรงศรัทธาในหัวใจตน
สู้สู้ ผานิตดา
2553/10/29
รุ้งแรกแห่งเดอแร่ม
ซึ้งกับ คำว่า ชีวิต คือ การเดินทาง อีกครั้งเมื่อวันที่สิบสามตุลาคมมาถึง
การจากลาเกิดขึ้นเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ในชีวิต แต่ความเศร้าก็มีรสชาติเดิมๆไม่เคบเปลี่ยนเลย
น้ำตาไหล ตอนที่มองออกไปนอกหน้าตา การเดินทางคนเดียวในวันที่รู้สึกอ่อนแอ เหงาอย่างบอกไม่ถูก
ชีวิตของเราจนถึงวันนี้เก็บเกี่่ยวประสบการณ์ทั้งสุข เศร้า เหงา ครื้นเครง วังเวง และเจ็บปวดมากมาย สิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทำให้ เข้มแข็ง และอ่อนแอได้ในเวลาเดียวกัน เพียงแค่แสดงออกมาในเวลาที่ต่างกัน การจบปริญญาตรี ดูจะไม่มีค่าเอาเสียเลยในตอนที่ต้องสมัครเข้าเรียนป.โท เรามองหาแต่ปริญญาอีกใบที่อยู่ข้างหน้า โดยไม่รู้สึกของค่าของปริญญาอีกใบที่อยู่ในมือ ส่วนประกอบของความสัมพันธ์หลายๆอย่างในชีวิตบีบบังคับให้เราตัดสินใจมา ทั้งทั้งที่ยังไม่รู้ว่าพร้อมกับการต่อ
สู้ครั้งใหม่รึเปล่า แต่บางที ชีวิตคนเราก็ไม่มีเวลาให้มาเอื่อยเฉือยมากนัก จังหวะและโอกาสไม่เคยรอคนที่เลือกมาก ข้อเสนอของปริญญาใบใหม่จากมหาลัยมีชื่อจากอังกฤษ ดึงเราให้ตัดสินใจเก็บกระเป๋าอีกครั้ง ทั้งทั้งที่ใบเก่ายังไม่ได้ทำการแกะ เพียงแค่เปิดกระเป๋าขึ้นมา ยัดของเพิ่งอีกนิดหน่อย แล้วการเดินทางของชีวิตก็เริ่มขึ้น อีกครั้ง...
ณ เกาะอังกฤษ เมืองเล็กๆทางตอนเหนือ ฉันไม่เคยได้ยินแม้แต่ชื่อ แต่ก็ยังดันด้นมา โดยไม่รู้แม้แต่น้อยว่า ชีวิตกำลังเจอกับการเปลี่ยนแปลอีกครั้ง
กระเป๋าเดินทางสองใบกับฉัน ผู้ที่ยังมึนงงในชะตา เดินทางมาถึงเมื
องเดอแร่ม เมืองเล็กๆทางตอนเหนือของอังกฤษ สาบานว่าก่อนมารู้แค่นี้จริงๆ และมาถึงก็ไม่ผิดหวัง เล็ก สมชื่อ !
ถ้าจะมีอะไรที่ถือว่าเป็นของขวัญในชีวิตตั้งแต่เกิดมา ก็คงจะเป็นการได้พบคนดีดีในทุกครั้งที่ออกเดินทางมายังที่แห่งใหม่ และครั้งนี้ก็เช่นกัน พี่คนไทยใจดีและครอบครัวน่ารักของเขาเมตตากรุณาให้เด็กเร่ร่อนจากที่แห่งใดก็ไม่รู้มาพักอาศัยอยู่เป็นการชั่วคราว และดูแลตั้งแต่วันแรกที่มาถึง นึกขอบคุณอย่างสุดซึ้ง หากไม่ได้พี่เขา เราเองก็คงเริ่มต้น ตั้งหลัก ไม่ถูกเหมือนกัน บุญคุณครั้
งนี้จะอยู๋ในใจผานิตดาอย่างแน่นอน
การมาถึงหลังเปิดเทอม คงเป็นฝันร้ายสำหรับนักเรียนใหม่อย่างเราแน่อน แต่สำหรับเราแล้วทุกอย่างกลับกลายเป็นเรื่องดีดีในชีิวต การได้พบอาจารย์ที่คณะ ซึ่งเป็นค
นที่รับเราเข้ามาเรียนที่นี่ทำให้เรารู้สึกว่า "ฉันคิดถูกแล้วที่มาที่นี่" ความอบอุ่น ความช่วยเหลือ คำแนะนำ เป็นสิ่งที่วิเศสที่สุดสำหรับคนที่เพิ่งมาถึงและเิร่มต้นแบบงงอย่างเรา และท่านก็ใจดี ยินที่ที่จะเป็นซุปเปอร์ไวเซฮร์ให้ตั้งแต่ครัง้แรกที่ได้พบกัน เหนือคำบรรยายจริงๆ วันนี้ โชคดีมากที่ได้มา
แม้ว่าการหาที่พักจะเป็นเรื่องยาก พร้อมๆกับการที่ต้องพยายามเรียนให้ทัน ดูจะเป็นความเครียดที่บั่นทอนกำลังใจ และกำลังกายสำหรับเราอย่างมาก แต่เราก็ได้เรียนรู้ว่า การพึ่งตนเอง และความกล้าตัดสินใจเท่านั้น จะทำให้เราผ่านพันไปได้ การได้มาเจอบ้านหลังนี้ ถือเป็นของ
ขวัญอีกครั้ง แต่ไม่ใช่ตัวบ้าน แต่เป็น คนที่อยู๋ในบ้าน เมทน่ารัก ทำให้เรารู้สึกว่า เลือกไม่ผิด ขอบคุณ สายรุ้งแรก แห่งดอกแร่ม ที่ทำให้เรายิ้มออกมากได้ แต่ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น จะคำบอกใบ้ของทองฟ้า
ชีวิตต้องดำเนินไปไม่ว่าเราจะรู้สึกว่า พร้อม หรือ ไม่พร้อม สิ่งรอบตัวเราจะผลักดันเราให้เคลื่อนไปข้างหน้าเอง โดยที่เราไม่รู้ตัวดว้ยซ้ำ
การเดินทางเพิ่งเริ่มขึ้น เส้นทางเส้นนี้ ยาก และ ชันมาก จนบางทีก็ไม่รู้ว่าฉัน จะปีนขึ้นไปได้สำเร็จรึเปล่า ?
ความสงสัย ไม่ใช่คำตอบ
การกระทำ จะนำเราไปสู่คำเฉลย
จนกว่าจะพบกัน .......น
สายรุ้งแรกแห่งเดอแร่ม ........... ยิ้มให้ฉัน ในวันที่รู้สึกโดดเดี่ยวที่สุด
ขอบคุณนะ

2553/08/14
คึดฮอด
คึดฮอด
~~~~~~~
เป็นจังได๋ละหนอ ความฮัก เป็นจังได๋ละหนอ ความฮัก
ที่เคยฝัง เคยฝาก เคยจูบ ไว้ในหัวใจ
ในหัวใจ ยังจำได้บ่ ยังรัก ยังพ๋อน่ากันอยู่บ่ห่าง
ฟ้าข้างบนเปลี่ยนสีทุกวัน
สัญญามั่นคงจำจือได้ เก็บไว้
คิดฮอดเด้อความรักแท้ป่านนี้เป็นจังได๋
ที่เคยฝัง เคยฝาก เคยจูบ ไว้ในหัวใจ
ในหัวใจ ยังจำได้บ่ ยังรัก ยังพ๋อน่ากันอยู่บ่ห่าง
ฟ้าข้างบนเปลี่ยนสีทุกวัน
สัญญามั่นคงจำจือได้ เก็บไว้
คิดฮอดเด้อความรักแท้ป่านนี้เป็นจังได๋
~~~~~~~~~~
คิดถึงเธอ อยากจะพิมพ์ซักล้านครั้ง
แต่กลัวมือหงิก
โทรหาดีกว่า
อยากจะบอกว่า
และยังคิดถึงเธอนะ อะ อะ อะ อะ ......
2553/08/13
ทางแยก
ถึงเวลาที่ชีวิตต้องติดสินใจบางอย่าง
ความต้องการส่วนตัว กับความจำเป็น สวนทาง
เราจึงต้องเลือก
แต่ไม่ใช่เลือกในสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อตัวเอง แต่ ต้องเลือกในสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อคนที่เรารัก
ไม่เป็นไร จังหวะชีวิต ของเราปรับไ้ด้
เติบโตมาจนถึงวันนี้ เรียนรู้ที่จะ เดินเร็ว เดินช้า พักบาง รอบ้าง หยุดบ้าง ไม่เป็นไร รับได้ทุกอย่าง
หวังว่าสิงที่จะเกิดขึ้น จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
หัวใจยังไม่หยุดเต้น ก็ต้องเดินกันต่อไป
ผานิตดา
2553/06/20
ค้นหาคำตอบ
การเดินทางที่แสนยาวนาน กำลังจะได้พักตัวลง
อะไรจะเกิดขึ้นในอนาคตยังไม่รู้เลย
เส้นทางของชีวิต เดินมาถึงในจุดจุดที่หมอกลงจัด
ฉัน จะ เดิน ไป ทาง ไหน ดี ....
การเดินทางของหัวใจ เพิ่งเริ่มตันขึ้น
อะไรจะเกิดขึ้นในอนาคตยังไม่รู้เช่นกัน
มันเป็นตัวแปรที่่ เกี่ยวโยงกับคนสองคน
เรา ควบคุมอะไรไม่ได้
จะเดินไปทางไหน ถึงเมื่อไหร่ ... ไม่รู้ เลย
ค้นหากันต่อไป
2553/02/17
นาทีนี้ที่รักกัน
Minute of love
วันที่จับมือกัน เธอกับฉันนั้นลืมบ้างไหมว่าเมื่อไหร่
จำอะไรได้บ้างไหม ว่าสุดท้ายอะไรที่ทำให้ได้พบกัน
แล้วใครรักใครก่อน ไม่รู้ว่าเรารักกันเมื่อไหร่
แต่ความรู้สึกของฉันวันนั้นเท่านั้น ( มันได้ตอบคำถาม )
บอกกับฉันว่าเธอคนนี้ ( อยู่กับฉันบนโลกใบนี้ )
และนับตั้งแต่นาทีตรงนั้น ที่ฉันเพิ่งรู้ว่ารักเธอ
ก็อยากให้รู้ว่านับตั้งแต่วันนั้นทุกวินาทีของฉัน
บอกกับฉันว่าโลกนี้มีเธออยู่
เพราะฉันไม่เคยรู้สึก อะไรมากมายเท่านี้
ก็อยากให้รู้แม้จะอยู่ห่างไกลถึงแม้จะอยู่ตรงไหน
ถ้าโลกนี้นั้นมีแค่ใครสักคนหนึ่ง ให้คิดถึงกันทุกวัน
จะทำให้หมดคำถาม ...ตลอดไป
อยู่ด้วยกัน และอยู่ข้างข้างกัน บนโลกใบนี้
อยู่ด้วยกัน และอยู่ข้างข้างกัน
ตลอดปัย
อุ่นใจเพราะหัวใจมีเธออยู่ข้างใน
ทุกเวลาที่มีเธออยู่ข้างๆ
ฉันไม่กลัวอะไรเลย
แค่ได้จับมือกันไว้
ร้อนหนาวแค่ไหน เดินไปพร้อมกัน
มีพลังจากหัวใจทั้งสองดวง
ที่มอบให้แก่กัน และกัน
ขอบคุณอะไรก็ตามที่ทำให้เราได้รักกัน
ขอบคุณเธอ ขอบคุณ ฉัน ที่ให้เราทั้งสอง
ได้เป็นคนพิเศสซึ่งกันและกัน
รักที่สุด
2553/01/03
ปีใหม่ หัวใจดวงใหม่
สวัสดีปีใหม่
ปีเสือ ปีเกิดเราซะด้วย ว้า ว ว ว ว
มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายในชีวิต
. . .
การก้าวเขามามีตัวตนของคนอีกคนนึง
หัวใจดวงใหม่ ที่ทำให้ไดอารี่เล่มพิเศษถูกเขียนขึ้นอีกครั้ง
ฤดูหนาวก็ยังคงหนาวอยู่อย่างนั้น
แต่ปีนี้ รู้สึกว่าหัวใจอุ่นขึ้น
ดีใจจัง . . . .
สวัสดีปีใหม่นะ
/ ผานิตดา
/ ในวันที่ แดดสีขาว และท้องฟ้าของเราเป็นสีชมพู ... อูว์ .. ฺฮ่าๆๆ
ปีเสือ ปีเกิดเราซะด้วย ว้า ว ว ว ว
มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายในชีวิต
. . .
การก้าวเขามามีตัวตนของคนอีกคนนึง
หัวใจดวงใหม่ ที่ทำให้ไดอารี่เล่มพิเศษถูกเขียนขึ้นอีกครั้ง
ฤดูหนาวก็ยังคงหนาวอยู่อย่างนั้น
แต่ปีนี้ รู้สึกว่าหัวใจอุ่นขึ้น
ดีใจจัง . . . .
สวัสดีปีใหม่นะ
/ ผานิตดา
/ ในวันที่ แดดสีขาว และท้องฟ้าของเราเป็นสีชมพู ... อูว์ .. ฺฮ่าๆๆ
2552/12/15
ดูแลหัวใจกันและักัน
ถ้าเราแคร์ใครซักคน เราคงไม่กล้าที่จะทำให้เขาเสียใจ ใช่มั้ย
แต่ถ้าเราแค่อยากเอาชนะกัน ไม่ว่าอีกฝ่ายจะรู้สึีกอย่างไร เราก็จะทำลงไปเพื่อความสะใจของตัวเอง
ถ้าชนะแล้วยังไงเหรอ แบบนี้มันก็หมายความว่า เราคิดถึงแต่ตัวเองซื
และอย่างนี้ มัีนก็หมายความว่า่ เรา ไม่ได้แคร์ความรู้สึกกันเลย
แล้วเราจะคบกันต่อไปได้อย่างไร
บ่อยครั้งที่เราไม่แสดงความโกรธออกไป
ไม่ใช่เพราะว่าเราไม่กล้าแสดงความรู้สึกตัวเอง
แต่เป็นเพราะว่า เราไม่กล้าทำร้ายหัวใจคนคนนั้นต่างหาก
บ่อยครั้งที่เราฝืนยิ้ม ทั้งทั้งที่กำลังเสียใจ
ไม่ใช่เพราะว่าเราเสแสร้ง
แต่เป็นเพราะว่า ความเสียใจของเรา มันอาจจะทำให้คนคนนั้นมีความสุขน้อยลง
เราจึงเลือกที่จะเก็บไว้
บ่อยครั้งที่เรารู้สึกเหมือนว่ากำลังโดนหลอก แต่เราก็ยินดีที่จะฟัง
ไม่ใช่เพราะเรายอมโง่
แต่เป็นเพราะว่า เราอยากให้คนคนนั้นสะบายใจ ถ้าเขาอยากให้เราเชื่อ เราก็จะไม่พูดออกไป
บ่อยครั้งที่เราเสียใจกับการกระทำและคำพูดแรงแรง
แต่เราต้องบอกว่าเราไม่เป็นอะไรเลย
ไม่ใช่เพราะเรากลัวเขาเห็นความอ่อนแอ
เราแค่อยากให้เขาได้แสดงออกในสิ่งที่เขารู้สึกเต็มที่
เราจึงยินดีที่จะยิ้มรับทุกการกระทำที่คนคนนัน้แสดงออก
บ่อยครั้งที่เราต้องร้องไห้ลำพัง
แต่เรากลับต้องร่าเริงทุกครั้งเวลาที่อยู่ต่อหน้าเขา
ไม่ใช่เพราะเราอยากปิดบังความรู้สีก
เพียงแต่ เราแค่อยากให้คนคนนั้น สะบายใจ ก็เท่านั้น
ถ้าเราแคร์หัวใจกันและกันจริงๆ เราก็ต้องแสดงออก ให้เห็นว่า เราอยากดูแลหัวใจกันและกันจริงๆ
ไม่ใช่เหรอ ..... ???
ฟ้าสีเทา มอง ไม่เห็น ฟ้าขาวขุ่น
แต่ถ้าเราแค่อยากเอาชนะกัน ไม่ว่าอีกฝ่ายจะรู้สึีกอย่างไร เราก็จะทำลงไปเพื่อความสะใจของตัวเอง
ถ้าชนะแล้วยังไงเหรอ แบบนี้มันก็หมายความว่า เราคิดถึงแต่ตัวเองซื
และอย่างนี้ มัีนก็หมายความว่า่ เรา ไม่ได้แคร์ความรู้สึกกันเลย
แล้วเราจะคบกันต่อไปได้อย่างไร
บ่อยครั้งที่เราไม่แสดงความโกรธออกไป
ไม่ใช่เพราะว่าเราไม่กล้าแสดงความรู้สึกตัวเอง
แต่เป็นเพราะว่า เราไม่กล้าทำร้ายหัวใจคนคนนั้นต่างหาก
บ่อยครั้งที่เราฝืนยิ้ม ทั้งทั้งที่กำลังเสียใจ
ไม่ใช่เพราะว่าเราเสแสร้ง
แต่เป็นเพราะว่า ความเสียใจของเรา มันอาจจะทำให้คนคนนั้นมีความสุขน้อยลง
เราจึงเลือกที่จะเก็บไว้
บ่อยครั้งที่เรารู้สึกเหมือนว่ากำลังโดนหลอก แต่เราก็ยินดีที่จะฟัง
ไม่ใช่เพราะเรายอมโง่
แต่เป็นเพราะว่า เราอยากให้คนคนนั้นสะบายใจ ถ้าเขาอยากให้เราเชื่อ เราก็จะไม่พูดออกไป
บ่อยครั้งที่เราเสียใจกับการกระทำและคำพูดแรงแรง
แต่เราต้องบอกว่าเราไม่เป็นอะไรเลย
ไม่ใช่เพราะเรากลัวเขาเห็นความอ่อนแอ
เราแค่อยากให้เขาได้แสดงออกในสิ่งที่เขารู้สึกเต็มที่
เราจึงยินดีที่จะยิ้มรับทุกการกระทำที่คนคนนัน้แสดงออก
บ่อยครั้งที่เราต้องร้องไห้ลำพัง
แต่เรากลับต้องร่าเริงทุกครั้งเวลาที่อยู่ต่อหน้าเขา
ไม่ใช่เพราะเราอยากปิดบังความรู้สีก
เพียงแต่ เราแค่อยากให้คนคนนั้น สะบายใจ ก็เท่านั้น
ถ้าเราแคร์หัวใจกันและกันจริงๆ เราก็ต้องแสดงออก ให้เห็นว่า เราอยากดูแลหัวใจกันและกันจริงๆ
ไม่ใช่เหรอ ..... ???
ฟ้าสีเทา มอง ไม่เห็น ฟ้าขาวขุ่น
2552/12/13
ที่่ว่าง
อยากให้ความรักเป็นดั่งสายลมผ่าน
เย็นกายสะบายใจทุกคราวที่สัมผัส
อยากให้ความรักเป็นดั่งแสงแดดอุ่น
สาดส่องกระทบหัวใจให้คลายหนาว
อยากให้ความรักเป็นดั่งสายฝน
ตกลงมาเติมความชุ่มชื่นให้หัวใจในวันที่ไร้เรี่ยวแรง
อยากให้ความรักเป็นดั่งพื้นดิน
มั่นคงเข้มแข็งยิ่งใหญ่อุ่นใจเสมอเพราะรู้ว่ามีจะมีกันและกันเสมอ
ไม่อยากให้ความรักเป็นดั่งเปลวไฟ
ร้อนแรง หลุมหลง ลุกไหม้ และ มอดดับลง ในเวลาอันรวดเร็ว
ไม่อยากให้ความรักเป็นดั่งพายุ
พัดแรงจนใจหวั่นไหว เหมือนจะเย็นกาย แต่ก็หายไปในไม่ช้า
ไม่อยากให้ความรักเป็นดั่งดอกไม้
เหมือนจะสวยงาม สดใส หอมหวาน แต่ไม่นานก็เหี่ยวเฉา เน่้าสลายไปกับกาลเวลา
ไม่อยากให้เธอรักฉัน เพียงเพราะว่าฉันน่ารัก ฉันเป็นคนดี ฉันร่าเริงแจ่มใส ฉันไม่เรื่องมาก ฉันรับฟังเธอทุกอย่าง ฉันจิตใจดี
อยากให้เธอรักฉัน ในวันที่ฉันไม่สวย ฉันเป็นคนไม่ดี ฉันทำตัวน่าเบื่อหน่าย ฉันขี้บ่น ฉันเอาแต่ใจตัวเอง ฉันโมโหร้าย ด้วยได้มั้ย ??
ฉันแค่อยากเป็นตัวของตัวเอง และอยากให้เธอเป็นตัวของเธอด้วย
หากเราจะรักกัน ก็ขอให้เปิดรับในทุกอย่างที่เราทั้งสองเป็น
อย่ามองเพียงด้านที่เธออยากมองจากฉัน และทำเพียงด้านที่อยากให้ฉันเชื่อว่าเธอเป็น
ถ้าอยากจะให้ฉันรักเธอ ไม่จำเป็นเลยที่ต้องมาทำดีมากมายกับฉัน
ทำไม่ดี ทำร้ายฉันก็ได้ ยังไง ถ้าฉันจะรักเธอ ไม่ว่าเธอจะเลวร้ายอย่างไร
เธอก็จะเป็นคนเดียวในหัวใจของฉันไม่เปลี่ยนแปลงแน่นอน
และฉันก็อยากให้เธอรักฉัน ทั้งๆที่บางครั้งฉันก็ไม่ได้ทำดีกับเธอ
บางครั้้งที่ฉันก้ไม่ได้ทำตัวน่ารัก บางครั้งที่ฉันก็เป็นนางมาร้าย
ถ้าฉันเป็นแบบนั้น ฉันจะยังเป็นคนเดียวในหัวใจเธอรึเปล่า ??
เธอจะยังรักฉันอยู่มั้ย เธอจะบังคับให้ฉันเปลี่ยนแปลงรึเปล่า ??
วงกลม 2 วงที่อยากจะ หมุนไปพร้อมๆ กัน เรามองเห้นกันทุกด้านรึยัง ?
เราใจกว้างพอ ที่จะยอมรับอีกด้าน ของกันและกันมั้ย ?
ฉันจะแน่ใจได้อยากไร ว่าหากวันนี้ฉันหมุนไปพร้อมเธอแล้ว
วันที่เธอเห็นอีกด้านของฉัน เธอจะไม่ปล่อยฉันทิ้งไว้อีก ???
ที่ว่าง ที่เว้นไว้ ไม่ใช่อยากห่างไกลหัวใจเธอ
แต่... แค่อยากรักษาเอาไว้ ให้เราได้มองเห็นกันชัดชัดก่อน
เป็นวงกลมที่หมุนไปรอบๆ กัน มองดูกันให้เห็นทุกด้าน
ยอมรับกันในสิ่งที่เป็น ไม่ใช่สิ่งที่อยากจะให้เป็น
ได้มั้ย . . .
ขอเธอแค่เท่านี้ ในวันที่ฉันเอง ก็จะพยายามเข้มแข็งให้มากที่สุดเช่นกัน
จากวันนี้ ขอให้เธอฝันดีทุกคืน ........
แดดสีเทา พบ ฟ้าขาวขุ่น
เย็นกายสะบายใจทุกคราวที่สัมผัส
อยากให้ความรักเป็นดั่งแสงแดดอุ่น
สาดส่องกระทบหัวใจให้คลายหนาว
อยากให้ความรักเป็นดั่งสายฝน
ตกลงมาเติมความชุ่มชื่นให้หัวใจในวันที่ไร้เรี่ยวแรง
อยากให้ความรักเป็นดั่งพื้นดิน
มั่นคงเข้มแข็งยิ่งใหญ่อุ่นใจเสมอเพราะรู้ว่ามีจะมีกันและกันเสมอ
ไม่อยากให้ความรักเป็นดั่งเปลวไฟ
ร้อนแรง หลุมหลง ลุกไหม้ และ มอดดับลง ในเวลาอันรวดเร็ว
ไม่อยากให้ความรักเป็นดั่งพายุ
พัดแรงจนใจหวั่นไหว เหมือนจะเย็นกาย แต่ก็หายไปในไม่ช้า
ไม่อยากให้ความรักเป็นดั่งดอกไม้
เหมือนจะสวยงาม สดใส หอมหวาน แต่ไม่นานก็เหี่ยวเฉา เน่้าสลายไปกับกาลเวลา
ไม่อยากให้เธอรักฉัน เพียงเพราะว่าฉันน่ารัก ฉันเป็นคนดี ฉันร่าเริงแจ่มใส ฉันไม่เรื่องมาก ฉันรับฟังเธอทุกอย่าง ฉันจิตใจดี
อยากให้เธอรักฉัน ในวันที่ฉันไม่สวย ฉันเป็นคนไม่ดี ฉันทำตัวน่าเบื่อหน่าย ฉันขี้บ่น ฉันเอาแต่ใจตัวเอง ฉันโมโหร้าย ด้วยได้มั้ย ??
ฉันแค่อยากเป็นตัวของตัวเอง และอยากให้เธอเป็นตัวของเธอด้วย
หากเราจะรักกัน ก็ขอให้เปิดรับในทุกอย่างที่เราทั้งสองเป็น
อย่ามองเพียงด้านที่เธออยากมองจากฉัน และทำเพียงด้านที่อยากให้ฉันเชื่อว่าเธอเป็น
ถ้าอยากจะให้ฉันรักเธอ ไม่จำเป็นเลยที่ต้องมาทำดีมากมายกับฉัน
ทำไม่ดี ทำร้ายฉันก็ได้ ยังไง ถ้าฉันจะรักเธอ ไม่ว่าเธอจะเลวร้ายอย่างไร
เธอก็จะเป็นคนเดียวในหัวใจของฉันไม่เปลี่ยนแปลงแน่นอน
และฉันก็อยากให้เธอรักฉัน ทั้งๆที่บางครั้งฉันก็ไม่ได้ทำดีกับเธอ
บางครั้้งที่ฉันก้ไม่ได้ทำตัวน่ารัก บางครั้งที่ฉันก็เป็นนางมาร้าย
ถ้าฉันเป็นแบบนั้น ฉันจะยังเป็นคนเดียวในหัวใจเธอรึเปล่า ??
เธอจะยังรักฉันอยู่มั้ย เธอจะบังคับให้ฉันเปลี่ยนแปลงรึเปล่า ??
วงกลม 2 วงที่อยากจะ หมุนไปพร้อมๆ กัน เรามองเห้นกันทุกด้านรึยัง ?
เราใจกว้างพอ ที่จะยอมรับอีกด้าน ของกันและกันมั้ย ?
ฉันจะแน่ใจได้อยากไร ว่าหากวันนี้ฉันหมุนไปพร้อมเธอแล้ว
วันที่เธอเห็นอีกด้านของฉัน เธอจะไม่ปล่อยฉันทิ้งไว้อีก ???
ที่ว่าง ที่เว้นไว้ ไม่ใช่อยากห่างไกลหัวใจเธอ
แต่... แค่อยากรักษาเอาไว้ ให้เราได้มองเห็นกันชัดชัดก่อน
เป็นวงกลมที่หมุนไปรอบๆ กัน มองดูกันให้เห็นทุกด้าน
ยอมรับกันในสิ่งที่เป็น ไม่ใช่สิ่งที่อยากจะให้เป็น
ได้มั้ย . . .
ขอเธอแค่เท่านี้ ในวันที่ฉันเอง ก็จะพยายามเข้มแข็งให้มากที่สุดเช่นกัน
จากวันนี้ ขอให้เธอฝันดีทุกคืน ........
แดดสีเทา พบ ฟ้าขาวขุ่น
2552/11/24
การกระทำสำคัญกว่าคำำพูด
หากคุณชอบใครจงบอกใ้ห้เขาได้รับรู้ ดีกว่าในจะต้องมา่นั่งเสียใจ ในวันที่ไม่มีโอกาสนั่นแล้ว
หากคุณห่วงใยใคร จงแสดงออกให้เขาได้รู้สึกถึงความอบอุ่นอันนั้น ดีกว่าเก็บเอาไว้และปล่อยให้มันหายไป
หากคุณคิดถึงใคร จงอย่าเก็บมันเอาไว้ แสดงมันออกมา และมอบให้กับคนคนนั้น เพราะเขาจะไม่มีทางรับรู้ได้เองเลย และมันก็จะไร้ค่า
คำพูดอาจจะทำให้ซึ่งใจ แต่ การกระทำมันคือสิ่งพิสูจน์ความจริงใจ ทั้งต่อตัวเรา และ ต่อ ผู้รับด้วย
แสดงออกในวันที่ยังมีโอกาส
เพราะในวันที่เราต้องจากกัน
อย่างน้อย เราก็ได้มีความทรงจำดีดี
เอาไว้ให้นึกถึง ในวันที่ไม่อาจได้พบเจอ
. . . แดดสีเทา คิดถึงฟ้าขาวขุ่นอีกแล้ว
หากคุณห่วงใยใคร จงแสดงออกให้เขาได้รู้สึกถึงความอบอุ่นอันนั้น ดีกว่าเก็บเอาไว้และปล่อยให้มันหายไป
หากคุณคิดถึงใคร จงอย่าเก็บมันเอาไว้ แสดงมันออกมา และมอบให้กับคนคนนั้น เพราะเขาจะไม่มีทางรับรู้ได้เองเลย และมันก็จะไร้ค่า
คำพูดอาจจะทำให้ซึ่งใจ แต่ การกระทำมันคือสิ่งพิสูจน์ความจริงใจ ทั้งต่อตัวเรา และ ต่อ ผู้รับด้วย
แสดงออกในวันที่ยังมีโอกาส
เพราะในวันที่เราต้องจากกัน
อย่างน้อย เราก็ได้มีความทรงจำดีดี
เอาไว้ให้นึกถึง ในวันที่ไม่อาจได้พบเจอ
. . . แดดสีเทา คิดถึงฟ้าขาวขุ่นอีกแล้ว
2552/11/19
学会共生 เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
ในความเรียน " สังคมจีน" วันนี้
ในห้องคุยกีันเรื่อง เศรฐกิจของประเทศจีน
เราเลยถาอาจารย์ว่า แล้ว อาจารย์คิดว่า ประเทศจีนมีความพิเศสกว่าประเทศอื่นตรงที่เป็นระบบสังคมนิยม แต่ประเทศจีนตอนนี้ดูๆไปแล้วมันก็กำลังใช้ระบบ ทุนนิยม อยู่ อาจารย์คิดว่า ประเทศจีนจะกลายเป็น ทุนนิยมมั้ย แล้วมันจะเหมาะกับ สังคมจีนรึเปล่า?
อาจารย์ตอบว่า สังคมนิยม หรือ ทุนนิยม มันก็แค่ คำนิยาม มันเป็นทฤษฎี แต่ประเทศจีนตอนนี้ เราดูที่ ความเป็นจริง เพือพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า มันก็ไม่จำเป็นต้องไปยึดติดกับคำนิยามพวกนั้น อะไรที่มันจะพัฒนาเศรษฐกิจเราได้ เราก็ทำทั้งนั้น เหมือนทฤษฎี เติ่ง เสี่ยว พิง ที่ว่า" ไม่ว่า แมวจะสีอะไร ขอให้จับหนูได้ก็พอ " ส่วนสุึดท้ายแล้วจะมาเรียกประเทศจีนว่าอะไร ก็ค่อยมาว่ากันอีกที
แล้วอาจารย์ก็ พูดถึงประเทศไทย เพราะแกเห็นว่าเรามาจากเมืองไทย ได้โอกาสก็เลยถามแกว่า
ในสายตาของอาจารย์ ประเทศไทย เรากำลังมีปัญหาอะไร ? เพราะอาจารย์พูดถึง ทักษิน พูดถึง อภิสิทธ์ พูดถึง เสื้อเหลือง เสื้อแดง
อาจารย์บอกเราว่า นายหลวงของเธอทำถูกแล้วที่อยู่ตรงกลาง เพราะในหลวงของเธอมีอิทธิพลกับคนในประเทศเธอมาก ทักษิณกับ อภิสิทธฺ ต่างก็มีปัญหาในตัวของเขาเอง สิ่งที่พวกเธอต้องทำคือ รู้จักเรียนรู้ที่จะอยู๋ร่วมกันให้ได้ คนในประเทศเดียวกัน โตมาด้วยกัน แผ่นดินเดียวกัน ยังไงมันก็หนีก็ไม่พ้น มันต้องยอมมาคุยกัน เปิดใจออกมา ว่า ผลประโยชน์ เธอ ฉัน จะแบ่งกันยังไง ไม่ใช่ แย่งกัน ต้องเรียนรู้ที่จะอยู๋ร่วมกันอย่างสงบสุขให้ได้ ปัญหามันถึงจะมีทางออก
ได้ฟังแล้วก็หวนคิดว่า คนชาติอื่นแท้แท้เขายังอุตสาห์หวังดีกับเรา แล้วพวกเราชาติเดียวกันแท้ๆ กลับคิดไม่ออก
ความเห็นแก่ตัว มันคลอบงำ เราคิดเอาแต่ได้ ไม่ยอมแบ่งปัน ยื้อแย่งกันไปแบบนี้ สุดท้ายแล้วมันก็ ไม่มีทางออก มันก็คาราคาซัง เพราะเราต่างไม่ลดลาวาศอก เราไม่คิดที่จะอยู่ร่วมกันให้ได้
ลองคิดดูนะ คนในที่ทำงาน คนในร้านตลาด เพื่อนฝูง หรือแม้แต่คนในบ้าน ในครอบครัว ยังมีความแตกแยกทางความคิดเลยตอนนี้ การเมืองเป็นเรื่องที่เราคุยกันไม่ได้เลย เป็นเพราะอะไร เราว่า เพระาเราพยายามจะเอาความคิดเราไปใส่ในหัวคนอื่น และยอมไม่ได้ถ้าเขาไม่คิดแบบเรา เราไม่ยอมรับในความต่างซึ่งกันและกัน มันเลยเป็นอารมณ์ เป็นความอาืคาด พยาบาท แต่ถ้าเรา ลองที่จะฟังกันบ้าง ลองเปิดใจ เราอาจจะไม่เห็นดว้ย แต่เราก็ยอมรับฟัง ไม่ต้องบังคับให้เขาตอ้งมาใส่เสื้อสีเหมือนเราก็ได้ เราต่างกัน แต่เราก็ อยู่ด้วยกันได้ เราแบ่งสเปชให้กัน เรียนรู็ที่จะอยู๋ร่วมกันอย่างสงบสุข แบบนี้ ประเืทศเราก็จะกลับมาดีเหมือนเดิมได้
ว่าแล้วก็คิดถึงคำคำนี้ สมัยก่อน เวลาคนแปลกหน้ามีปัญหากัน เรามักได้ยินคำว่า " ใจเย็นพี่ คนไทยด้วยกัน " แต่ตอนนี้คงไม่มีใครพูดแล้วซฺนะ มันคงไม่ซึ้งแล้วละมั้ง
เฮ้อ ..... เศร้าเนอะ
คิดถึง คนไทยด้วยกันจริงๆ จังเลย
ผานิตดา
ในห้องคุยกีันเรื่อง เศรฐกิจของประเทศจีน
เราเลยถาอาจารย์ว่า แล้ว อาจารย์คิดว่า ประเทศจีนมีความพิเศสกว่าประเทศอื่นตรงที่เป็นระบบสังคมนิยม แต่ประเทศจีนตอนนี้ดูๆไปแล้วมันก็กำลังใช้ระบบ ทุนนิยม อยู่ อาจารย์คิดว่า ประเทศจีนจะกลายเป็น ทุนนิยมมั้ย แล้วมันจะเหมาะกับ สังคมจีนรึเปล่า?
อาจารย์ตอบว่า สังคมนิยม หรือ ทุนนิยม มันก็แค่ คำนิยาม มันเป็นทฤษฎี แต่ประเทศจีนตอนนี้ เราดูที่ ความเป็นจริง เพือพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า มันก็ไม่จำเป็นต้องไปยึดติดกับคำนิยามพวกนั้น อะไรที่มันจะพัฒนาเศรษฐกิจเราได้ เราก็ทำทั้งนั้น เหมือนทฤษฎี เติ่ง เสี่ยว พิง ที่ว่า" ไม่ว่า แมวจะสีอะไร ขอให้จับหนูได้ก็พอ " ส่วนสุึดท้ายแล้วจะมาเรียกประเทศจีนว่าอะไร ก็ค่อยมาว่ากันอีกที
แล้วอาจารย์ก็ พูดถึงประเทศไทย เพราะแกเห็นว่าเรามาจากเมืองไทย ได้โอกาสก็เลยถามแกว่า
ในสายตาของอาจารย์ ประเทศไทย เรากำลังมีปัญหาอะไร ? เพราะอาจารย์พูดถึง ทักษิน พูดถึง อภิสิทธ์ พูดถึง เสื้อเหลือง เสื้อแดง
อาจารย์บอกเราว่า นายหลวงของเธอทำถูกแล้วที่อยู่ตรงกลาง เพราะในหลวงของเธอมีอิทธิพลกับคนในประเทศเธอมาก ทักษิณกับ อภิสิทธฺ ต่างก็มีปัญหาในตัวของเขาเอง สิ่งที่พวกเธอต้องทำคือ รู้จักเรียนรู้ที่จะอยู๋ร่วมกันให้ได้ คนในประเทศเดียวกัน โตมาด้วยกัน แผ่นดินเดียวกัน ยังไงมันก็หนีก็ไม่พ้น มันต้องยอมมาคุยกัน เปิดใจออกมา ว่า ผลประโยชน์ เธอ ฉัน จะแบ่งกันยังไง ไม่ใช่ แย่งกัน ต้องเรียนรู้ที่จะอยู๋ร่วมกันอย่างสงบสุขให้ได้ ปัญหามันถึงจะมีทางออก
ได้ฟังแล้วก็หวนคิดว่า คนชาติอื่นแท้แท้เขายังอุตสาห์หวังดีกับเรา แล้วพวกเราชาติเดียวกันแท้ๆ กลับคิดไม่ออก
ความเห็นแก่ตัว มันคลอบงำ เราคิดเอาแต่ได้ ไม่ยอมแบ่งปัน ยื้อแย่งกันไปแบบนี้ สุดท้ายแล้วมันก็ ไม่มีทางออก มันก็คาราคาซัง เพราะเราต่างไม่ลดลาวาศอก เราไม่คิดที่จะอยู่ร่วมกันให้ได้
ลองคิดดูนะ คนในที่ทำงาน คนในร้านตลาด เพื่อนฝูง หรือแม้แต่คนในบ้าน ในครอบครัว ยังมีความแตกแยกทางความคิดเลยตอนนี้ การเมืองเป็นเรื่องที่เราคุยกันไม่ได้เลย เป็นเพราะอะไร เราว่า เพระาเราพยายามจะเอาความคิดเราไปใส่ในหัวคนอื่น และยอมไม่ได้ถ้าเขาไม่คิดแบบเรา เราไม่ยอมรับในความต่างซึ่งกันและกัน มันเลยเป็นอารมณ์ เป็นความอาืคาด พยาบาท แต่ถ้าเรา ลองที่จะฟังกันบ้าง ลองเปิดใจ เราอาจจะไม่เห็นดว้ย แต่เราก็ยอมรับฟัง ไม่ต้องบังคับให้เขาตอ้งมาใส่เสื้อสีเหมือนเราก็ได้ เราต่างกัน แต่เราก็ อยู่ด้วยกันได้ เราแบ่งสเปชให้กัน เรียนรู็ที่จะอยู๋ร่วมกันอย่างสงบสุข แบบนี้ ประเืทศเราก็จะกลับมาดีเหมือนเดิมได้
ว่าแล้วก็คิดถึงคำคำนี้ สมัยก่อน เวลาคนแปลกหน้ามีปัญหากัน เรามักได้ยินคำว่า " ใจเย็นพี่ คนไทยด้วยกัน " แต่ตอนนี้คงไม่มีใครพูดแล้วซฺนะ มันคงไม่ซึ้งแล้วละมั้ง
เฮ้อ ..... เศร้าเนอะ
คิดถึง คนไทยด้วยกันจริงๆ จังเลย
ผานิตดา
2552/11/06
วันที่ไม่อยากแก่คนเดียว
เพิ่งกลับมาจากบ้านพักคนชรา
พาเพื่อนไปทำงานประเมินคุณภาพบ้านพักคนชราในเขตหยางผู๋ เซี่ยงไฮ้
ทำไมมันช่างน่าเศร้าจริงหนอ บรรยากาศมันอึมครีม เงียบเหงา มืดมืด ไม่มีบรรยากาศความร่าเริงของสิ่งมีชีวิตใดใด มีแต่ความรู้สึกเหงาหงอย รอคอย ว่างเปล่า เป็นทีี่อีกที่หนึ่งในชีิวิตนี้่ที่ไม่อยากไปอีกแล้ว
บอกไม่ถูกว่ะ มันก็ไม่ถึงกับหดหู่ แต่มันก็ไม่น่าอยู่
ถ้าเราแก่ตัวไปจะเป็นอย่างนี้ เราว่าเราไม่ไหวว่ะ มันคงเหงาน่าดู ถ้าต้องอยู่เพียงลำพังไม่มีลุกหลาน
การมีครอบครัวที่อบอุ่น คงจะทำให้อย่างน้อยเราก็จากโลกนี้ไปอย่างไม่เหงาเท่าไหร่นัก อย่างน้อยในช่วงบั่นปลายก็ยังได้มีคนที่รักคอยดูแล
มันทำให้เราคิดได้ว่า เราควรใช้เวลา วัยหนุ่มสาวให้คุ้มค่าที่สุด เพราะเมื่อแก่ตัวไป ยังมีเวลามากมายให้พักผ่อนทั้งวัน
หดหู่เสียจริง ไม่อยากแก่คนเดียวแล้ว พี่น้อง
ออกไปหาคนมาแก่ด้วยกันดีกว่ามั้ย
คงอุ่นใจกว่าเยอะเลย
พาเพื่อนไปทำงานประเมินคุณภาพบ้านพักคนชราในเขตหยางผู๋ เซี่ยงไฮ้
ทำไมมันช่างน่าเศร้าจริงหนอ บรรยากาศมันอึมครีม เงียบเหงา มืดมืด ไม่มีบรรยากาศความร่าเริงของสิ่งมีชีวิตใดใด มีแต่ความรู้สึกเหงาหงอย รอคอย ว่างเปล่า เป็นทีี่อีกที่หนึ่งในชีิวิตนี้่ที่ไม่อยากไปอีกแล้ว
บอกไม่ถูกว่ะ มันก็ไม่ถึงกับหดหู่ แต่มันก็ไม่น่าอยู่
ถ้าเราแก่ตัวไปจะเป็นอย่างนี้ เราว่าเราไม่ไหวว่ะ มันคงเหงาน่าดู ถ้าต้องอยู่เพียงลำพังไม่มีลุกหลาน
การมีครอบครัวที่อบอุ่น คงจะทำให้อย่างน้อยเราก็จากโลกนี้ไปอย่างไม่เหงาเท่าไหร่นัก อย่างน้อยในช่วงบั่นปลายก็ยังได้มีคนที่รักคอยดูแล
มันทำให้เราคิดได้ว่า เราควรใช้เวลา วัยหนุ่มสาวให้คุ้มค่าที่สุด เพราะเมื่อแก่ตัวไป ยังมีเวลามากมายให้พักผ่อนทั้งวัน
หดหู่เสียจริง ไม่อยากแก่คนเดียวแล้ว พี่น้อง
ออกไปหาคนมาแก่ด้วยกันดีกว่ามั้ย
คงอุ่นใจกว่าเยอะเลย
2552/11/04
รักตัวเองมากกว่า
ความเจ็บปวด สอนให้เรารู้จักระวังตัวมากขึ้น
บาดแผล คอยย้ำเตือนเราให้จดจำความเจ็บปวดที่ผ่านมา
ความเข้มแข็ง ค่อยๆก่อตัวขึ้นจากบาดแผลที่ำกำลังกลายเป็นแผลเป็น
เรารู้จักรักตัวเองมากขึ้น เมื่อก้มมองดูรอยแผลเป็นที่เกิดจากความอ่อนแอในวันนั้น
ขอโทษเธอ ที่วันนี้ฉันจำเป็นต้องรักตัวเองมากกว่า
- - -
แด่หัวใจช้ำช้ำ ที่ถูกย้ำจนเข้มแข็ง
ในวันที่ฉันต้องเดินต่อไป เพียงลำพัง แม้ไม่รู้ว่าจะเข้มแข็งพอรึเปล่า
เพราะชีวิตมีเรื่องราวมากมายเหลือเกิน
เธอเองก็เช่นกัน ... ขอให้โชคดี
- - -
อีกหนึ่งหน้ากระดาษ ที่ต้องยอมให้กับความอ่อนไหวของตัวเองในวันที่แสงเดือนหนาวจับหัวใจ
บาดแผล คอยย้ำเตือนเราให้จดจำความเจ็บปวดที่ผ่านมา
ความเข้มแข็ง ค่อยๆก่อตัวขึ้นจากบาดแผลที่ำกำลังกลายเป็นแผลเป็น
เรารู้จักรักตัวเองมากขึ้น เมื่อก้มมองดูรอยแผลเป็นที่เกิดจากความอ่อนแอในวันนั้น
ขอโทษเธอ ที่วันนี้ฉันจำเป็นต้องรักตัวเองมากกว่า
- - -
แด่หัวใจช้ำช้ำ ที่ถูกย้ำจนเข้มแข็ง
ในวันที่ฉันต้องเดินต่อไป เพียงลำพัง แม้ไม่รู้ว่าจะเข้มแข็งพอรึเปล่า
เพราะชีวิตมีเรื่องราวมากมายเหลือเกิน
เธอเองก็เช่นกัน ... ขอให้โชคดี
- - -
อีกหนึ่งหน้ากระดาษ ที่ต้องยอมให้กับความอ่อนไหวของตัวเองในวันที่แสงเดือนหนาวจับหัวใจ
2552/10/20
้เข้มแข็ง อ่อนไหว
บนเส้นทางของชีวิต แม้เราไม่อยากที่จะเดินเพียงลำพัง
แต่บ่อยครั้งทางที่เราเลือกเดินมันก็บังคับให้เราต้องออกไปเผชิญเพียงคนเดียว
มันอาจจะเปลี่ยวเหงาบ้างในบางเวลา ที่ต้องทนกับแดดจ้า และลมฝน
แต่เราก็รู้ว่าเราจะเดินต่อไปได้ เพราะเราไม่มีทางปล่อยให้ชีวิตจบอย่างครึ่งๆกลางๆ บนถนนแน่
บนเส้นทางของความรัก แม้เราอยากที่จะเดินไปด้วยกัน
แต่บ่อยครั้งทางที่เราเลือกเดินมันก็บังคับให้เราต้องเดินแยกไปคนละทาง
เพราะความเหงา ความอ่อนไหว ความอ้างว้า่ง ทำให้เราไม่อยากที่จะทนกับความเหน็บหนาวเพียงลำพัง
เราจึงเลือกที่จะทนเดินไปด้วยกัน หรือ เลือกที่จะแยกกันเดินแล้วไปหาเพื่อนร่วมทางคนใหม่
และ สำหรับเรา ถ้ามันไม่ไหว ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทนกันอีกต่อไป
มีคนเคยถามว่าเราเิกิดมาคนเดียว จะอยู่ต่อไปคนเดียวไม่ได้เชียวรือ ...
ก็คงต้องตอบว่า... ได้ ... แต่ มันไม่น่าอยู่
เบื่อกับการตอบคำถามความรัก ซ้ำซาก
จะอยากรู้กันไปทำไมหนักหนา
เรื่องราวมันก็เรื่องเดิมๆ แค่เปลี่ยนตัวละคร
สุดท้าย มันก็ จบอยู่แค่ สองแบบ
แล้วจะทำให้มันยุ่งยากไปใย
บนเส้นทางที่ฉันเลือกเดิน อยากเข้มแข็งให้เท่ากับความอ่อนไหว
เผื่อว่าในวันนึง ฉันจะได้มีเรี่ยวแรงพอที่จะร่วมเดินไปด้วยกันกับเธอ
...
แสงแดดหนาวๆๆ ในเซี่ยงไฮ้ เวียนมาอีกครา
แต่บ่อยครั้งทางที่เราเลือกเดินมันก็บังคับให้เราต้องออกไปเผชิญเพียงคนเดียว
มันอาจจะเปลี่ยวเหงาบ้างในบางเวลา ที่ต้องทนกับแดดจ้า และลมฝน
แต่เราก็รู้ว่าเราจะเดินต่อไปได้ เพราะเราไม่มีทางปล่อยให้ชีวิตจบอย่างครึ่งๆกลางๆ บนถนนแน่
บนเส้นทางของความรัก แม้เราอยากที่จะเดินไปด้วยกัน
แต่บ่อยครั้งทางที่เราเลือกเดินมันก็บังคับให้เราต้องเดินแยกไปคนละทาง
เพราะความเหงา ความอ่อนไหว ความอ้างว้า่ง ทำให้เราไม่อยากที่จะทนกับความเหน็บหนาวเพียงลำพัง
เราจึงเลือกที่จะทนเดินไปด้วยกัน หรือ เลือกที่จะแยกกันเดินแล้วไปหาเพื่อนร่วมทางคนใหม่
และ สำหรับเรา ถ้ามันไม่ไหว ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทนกันอีกต่อไป
มีคนเคยถามว่าเราเิกิดมาคนเดียว จะอยู่ต่อไปคนเดียวไม่ได้เชียวรือ ...
ก็คงต้องตอบว่า... ได้ ... แต่ มันไม่น่าอยู่
เบื่อกับการตอบคำถามความรัก ซ้ำซาก
จะอยากรู้กันไปทำไมหนักหนา
เรื่องราวมันก็เรื่องเดิมๆ แค่เปลี่ยนตัวละคร
สุดท้าย มันก็ จบอยู่แค่ สองแบบ
แล้วจะทำให้มันยุ่งยากไปใย
บนเส้นทางที่ฉันเลือกเดิน อยากเข้มแข็งให้เท่ากับความอ่อนไหว
เผื่อว่าในวันนึง ฉันจะได้มีเรี่ยวแรงพอที่จะร่วมเดินไปด้วยกันกับเธอ
...
แสงแดดหนาวๆๆ ในเซี่ยงไฮ้ เวียนมาอีกครา
2552/10/09
วันหยุดแห่งชาติ
ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน
กลับมาแล้วจ้า ผ่านไปอย่างรวดเร็ว 1 เดือน สำหรับการเปิดเทอมอีกครั้งของชีวิตในเมืองเซี่ยงไฮ้ สนุกสนานเพลิดเพลินกับการปาร์ตี้แบบสุดเหวี่ยงในช่วงวันหยุด จนร่างกายทรุดโทรม หวัดกิน ไปตามตามกัน พรุ่งนี้ก็ควรจะกลับไปเป็นนักศึกษาผู้น่ารักเช่นเคยแล้ว ฮ่าๆๆ เวลาแห่งความสุขช่างผ่านไปรวดเร็วเสียจริง
การหยุดยาวๆ ก็ทำให้ได้รู้ว่าจริงๆๆ แล้ว ตัวเรานั้นเป็นคนที่ขี้เกียจมากกก ครือ สามารถอยู่นิ่งๆได้ นั่งกระพริบตาทั้งวันได้โดยที่ไม่ทำอะไรเลย ครือ เราก็ชอบนะ ไร้สาระไปวันวัน แต่หลังจากนั้นก็มานั่งครําครวญว่าไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เป็นมายี่สิบกว่าปี แก้ไม่ได้แล้วละ
อยากจะอัพเรื่องราวการผจญภัยล้านแปด แต่ การเข้าบลอคก้เป็นไปได้อย่างยากลำบาก ไม่เข้าใจว่า ทางการจีน มันจะบลอคไปถึงไหน เฟสบุค บลอคสปอต ยูทูป ครือ เนท มัน เน่ามาก อึดอัดจัง
หิวข้าวแล้ว ไว้ว่ากันมั้ยนะ
กลับมาแล้วจ้า ผ่านไปอย่างรวดเร็ว 1 เดือน สำหรับการเปิดเทอมอีกครั้งของชีวิตในเมืองเซี่ยงไฮ้ สนุกสนานเพลิดเพลินกับการปาร์ตี้แบบสุดเหวี่ยงในช่วงวันหยุด จนร่างกายทรุดโทรม หวัดกิน ไปตามตามกัน พรุ่งนี้ก็ควรจะกลับไปเป็นนักศึกษาผู้น่ารักเช่นเคยแล้ว ฮ่าๆๆ เวลาแห่งความสุขช่างผ่านไปรวดเร็วเสียจริง
การหยุดยาวๆ ก็ทำให้ได้รู้ว่าจริงๆๆ แล้ว ตัวเรานั้นเป็นคนที่ขี้เกียจมากกก ครือ สามารถอยู่นิ่งๆได้ นั่งกระพริบตาทั้งวันได้โดยที่ไม่ทำอะไรเลย ครือ เราก็ชอบนะ ไร้สาระไปวันวัน แต่หลังจากนั้นก็มานั่งครําครวญว่าไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เป็นมายี่สิบกว่าปี แก้ไม่ได้แล้วละ
อยากจะอัพเรื่องราวการผจญภัยล้านแปด แต่ การเข้าบลอคก้เป็นไปได้อย่างยากลำบาก ไม่เข้าใจว่า ทางการจีน มันจะบลอคไปถึงไหน เฟสบุค บลอคสปอต ยูทูป ครือ เนท มัน เน่ามาก อึดอัดจัง
หิวข้าวแล้ว ไว้ว่ากันมั้ยนะ
2552/08/10
2552/07/19
2552/07/17
Raining day !!!
ระหว่างทางเดินกลับบ้าน คิดอะไรได้หลายอย่าง
จังหวะชีวิตที่นี่กับที่เซี่ยงไฮ้มันต่างกันเหลือเกินเนอะ ถ้าจะให้เปรียบเทียบ กับดนตรี เซี่ยงไฮ้ ก็เหมือน จังหวะ ดนตรีหมอลำอีสาน คึกคัก เร้าใจ เร่งเร้า เอาม้วนส์ ไว้ก่อน ส่วนจังหวะดนตรีที่ บริสทอล ออกแนว คลาสสิค เนิบน่าบ ทีละน้อย ค่อยๆ ขยับ เน้นความสวยงาม และใจเย็น กลายเป็นว่า ตอนนี้จังหวะชีวิต ก็กำลังเต้นอยู่
ในโซนประมาณนี้นี่ละ
มานั่งนึกๆดู ผู้คนฝั่งเอเชีย กับ ฝั่งยุโรปนี่ชักแตกต่าง จังหวะชีวิตคนเอเชีย ในเมืองใหญ่ ชัก รีบร้อน วุ่ยวาย ผู้คนเดินกับรวดเร็ว มีเรื่องต้องทำ มีเวลาที่ต้องเร่งรีบ จนไม่มีเวลามาเอื้อเฟื้อ เผื่อน้ำใจให้กัน เอาง่ายๆ การเดินข้ามถนนของคนที่นี่ ยังไงซะรถก็ต้องหยุด เคยยืนรอกะจะข้ามถนน เราก็ไม่กะว่าเด้วรอโล่งๆค่อยวิ่ง แต่รถที่วิ่งมาอย่างเร็ว เขากลับแตะเบรค หยุดให้เราเดิืน่ข้ามไปซะงั้น โอ้ ถ้าเป็นเมืองไทย ใจดีก็ชลอให้หน่อย เป็นอันรุ้กันว่า มรึงรีบๆ ววิ่งข้ามไปนะ แต่นี่แบบ มาถึงก็แตะเบรค เอียดดดดด เชิญข้ามซะงั้น โอ้ ใจดีจังแหะ นี่ไม่ต้องพูดถึงเซี่ยงไฮ้ กว่าจะข้ามได้เนี้ย เรียกว่าเอาชีวิตเสี่ยงอยู่บนเส้นได้ วัดใจก้ันไป มรึงหรือกรูจะแน่
กว่ากัน
คิดดูแล้ว มันก็น่าจะมีเหตุผลอะไรหลายๆอย่างเนอะ เมืองนี้อาจจะเป็นเมืองเล็ก (ที่มีทุกอย่าง) ทุกที่เลยไม่ได้ใช้เวลานานที่จะไป ผู้คนก็มีเวลาเนิบนาบ มีเวลารอคอย คนก็มีกะตังค์ (บริสทอลถือว่าเป็นเมืองมีกะตังค์เขาอยู่กันเมืองนึงเลยนะ) เขาเลยไม่ต้องดิ้นรนเร่งรีบกับเวลา หรือ ก
ระเสือกกระสนหาเงินทองเท่าไหร่นัก ห้าโมงเย็น ร้านค้าปิด หกโมงเย็นห่างปิด ผับบางที่ปิด ห้าทุ่ม โอ้ เรียกได้ว่า เลิกเรียนมาก็ไม่ต้องได้ไปไหนกันเลยคับ เขาคงรีบกลับบ้านไปหาครอบครัวอะไรทำนองนี้ละมั้ง ถ้าเป็นเซี่ย
งไฮ้ นุ้น สี่ทุม บางที่ ยี่สิบสี่ ชั่วโมง ก็เพราะว่าต้องการขาย หาเงินให้ได้มากที่สุด ความแตกต่างตรงนี้มันก็สะท้อนอะไรหลายๆอย่างในเรื่องของ คุณค่า หรือ ทัศนคติของค
น ออกมาในหลายๆด้าน เนอะ ประเทศเอเชียก็กำลังเป็นประเทศกำลังพัฒนา เพระาฉะนั้นมันมีเหตุผลมากมายที่คนจะต้องออกมาแข่งขัน กลายเป็นว่า ทุกอย่างกลับกัน จากที่เคยมองว่า คนเอเชีย หรือ คนไทย อาจจะไนซ์มากกว่า กลับกลายเป็นว่า คนที่นี่ ไนซ์ มากกว่าเสียอีก อยากให้คนเมืองบ้านเรา ไนซ์อย่างที่เคยเป็นจัง จะต้องใช้้เวลาอีกซํกเท่าไหร่หนอ....
วันนี้ฝนตกหนัก เปียกปอนทั้วตัวและหัวใจ อู้ยย ย กิ้วววว
คิดถึงวันฟ้าใสที่บริสทอลแบบนี้
พรุ่งนี้ไปสโตนเฮนจ์ละ เด้วมาเล่าให้ฟัง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)